gototopgototop
Get Adobe Flash player

หัวข้อเสวนา     อายุของโลก จักรวาล กับความต่างในพระคัมภีร์

คำนำ

ความขัดแย้งระหว่าพระคัมภีร์กับวิทยาศาสตร์ มีมาตลอหตั้งแต่ ศต. ที่ 17 ในอดีตศาสนจักรได้ครอบงำความคิดมนุษย์และการศึกษา พระวาจะของพระสันตปาปาถือเป็นคำพูดศักดิ์สิทธิ์ จะลบหลู่หรือแย้งไม่ได้ แต่เมื่อวิทยาศาสตร์มีความก้าวหน้า ทฤษฎีต่างๆ ที่ถูกเสนอเกิดขัดแย้งกับคำสอนของคริสตจักร วันนี้เราจะมาศึกษากันถึงเรื่อง  อายุของโลก จักรวาล กับความต่างในพระคัมภีร์

คำถาม

วิทยาศาสตร์บอกว่า โลกมีอายุ 4,600 ล้านปื จักรวาลมีอายุ 13,700 ล้านปี แต่ศาสนจักรบอกว่า โลกมีอายุ 6,017 ปี  ตกลงใครพูดจริง ใครโกหก

  1. 1. อะไรคือจักรวาล

หมายถึง บริเวรกว้างใหญ่ ที่หาของหรือจุดศูนย์กลางไม่ได้ มีกาแลคซี่จำนวนมาก แต่ละกาแลคซี่จะมีดาวรวมตัวกันเป็นกลุ่ม เช่นโลกของเราอยู่ในกาแลคซี่ทางช้างเผือก

  1. 2. จักรวาลมีอายุเท่าใด

2.1.   มีทฤษฎีมากมายที่พยายามอธิบายแต่ก็จนด้วยเหตุและผลไปต่อไม่ได้

2.2.   นักดาราศาสตร์เสนอว่า อายุของจักรวาลเริ่มต้นจาก การระเบิดครั้งใหญ่ในจักรวาล หรือ Big Bang (จาการสังเกตว่าจักรวาลมีการเคลื่อนตัวห่างจากกันตลอดเวลา)

2.3.   นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่าหลังจากการระเบิดครั้งใหญ่แล้ว จะต้องใช้เวลาอีก 10,000 ล้านปี อุณหภูมจึงจะเย็นลงเหลือ – 270 องศา แล้วมวลศาลเกิดการรวมตัวเป็นดวงดาวต่างๆ ในจักรวาลแล้วจึงมีการวิวัฒนาการ

2.4.   นักวิทยาศาสตร์ใช้กล้องฮับเบอร์ (Bub ber) ตรวจสอบคลื่นความเร็วแสงเพื่อคำนวณอายุของจักรวาล โดยสรุปว่า จักวาลมีอายุ 13,700 ล้านปี  บวกลบ 130 ล้านปี

  1. 3. โลกมีอายุเท่าใด

3.1.   ศาสนจักรคาทอลิค กล่าวว่า โลกถือกำเนิดวันที่ 22 ตุลาคม 4004 ปี ก.ค.ศ.

3.2.   นักธรรมชาติวิทยาโต้แย้งว่า จากการทับถมของซากต่างๆ จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 100 ล้านปี

3.3.   นักวิทยาศาสตร์ค้นพบสารกัมมันตรังสี ในปี 1896 และคำนวณหินที่เก่าแก่ที่สุดในโลกและอุกาบาตร บอกว่าโลกมีอายุประมาณ 4,600 ล้านปี

3.4.   นักวิทยาศาสตร์ใช้การคำนวณของสารกัมมันตรังสีอีกครั้ง โดยศึกษาจากการสลายตัวของยูเรเนี่ยมไปแล้วครึ่งชีวิต เท่ากับ 5,730 ปี  ดังนั้นครึ่งชีวิตของยูเรเนียมที่สลายตัวไปเป็นตะกั่ว จึงสรุปว่าโลกมีอายุประมาณ 4,500 ล้านปี (ซึ่งใกล้เคียงกับกัมมันตรังสีของหินในกรีนแลนด์และอุกาบาต และหินบนดวงจันทร์

  1. 4. เวลาของโลกกับจักรวาลเหมือนหรือต่างกัน

4.1.   ทฤษฎีของ ไอแซคนิวตัน จากทฤษฎีแรงโน้มถ่วง เขาเสนอว่าโลกและจักวาลมีอายุเท่ากันทั้งหมดทุกจุด เป็นที่ยอมรับมากว่า 200 ปี

4.2.   ทฤษฎีของ อัลเบิร์ตไอสไตน์  เสนอทฤษฎีสัมพันธภาพ   (ทำให้รู้ว่าของนิวตันผิดมาตลอด)

4.2.1.      ความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วแสงกับเวลา

กล่าวคือ ถ้าวัตถุเคลื่อนที่ด้วยความเร็วใกล้เคียงกับแสงเวลาจะช้า  แต่ถ้าวัตถุเคลื่อนที่ช้ากว่าแสงมากเวลาจะเร็ว

4.2.2.      ความสัมพันธ์ระหว่างมวลสารกับพลังงาน

กล่าวคือ ทีที่มีแรงโน้มถ่วงมากเวลาจะช้า ที่ที่มีแรงโน้มถ่วงน้อยเวลาจะเร็ว

4.2.3.      คำตอบของไอสไตน์คือ เวลาในโลกกับเวลาในจักรวาลไม่เท่ากัน และเวลาในจักรวาลก็ไม่เท่ากันทุกจุด

4.3.   ทฤษฎีอานุภาคพระเจ้า   หรือ Higg Boson ประกาศเมื่อปี 2012

4.3.1.      เมื่อเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ Big Bang มวลสารได้กระจายออกจากกันและขยายออกไป

4.3.2.      ทุกสิ่งยังอยู่ในความมืดเป็นเวลานานมากกว่า 10,000 ล้านปีจนกว่าอุณหภูมิเย็นตัวลง

4.3.3.      อานุภาคพระเจ้า หรือ Higg Boson ทำให้มวลสารที่เกิดจากการระเบิดครั้งใหญ่เกิดการรวมตัวกันเป็นดาวดวงต่างๆ  หลังจากอยู่ในความมืดเป็นเวลานานและเกิดเป็นวิวัฒนาการต่างๆ ตามมา

4.3.4.      เวลา (อายุจักรวาล) เริ่มต้นเมื่อมีความสว่างเกิดขึ้น

4.4.   ทฤษฎีเอเลี่ยน หรือมนุษย์ต่างดาว  นักวิทยาศาสตร์บางคนกล่าวว่า อาจมีสิ่งมีชีวิตนอกโลกเป็นผู้สร้างจักรวารของเราขึ้นมาก็เป็นไปได้ จึงเกิดกระแสมนุษย์ต่างดาวมากมาย ล่าสุดในปีนี้ NASA ประกาศว่า ได้ค้นพบระบบกาแลคซี่ใหม่เรียกว่า Trappist-1 มีดาวฤกษ์ 1 ดวง และมีดาวเคราะห์อีก 7 ดวง เหมือระบบกาแลคซี่ที่โลกเราอยู่ และเชื่อว่ามีดาวสามดวงที่อาจมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้  ห่างจากโลก 39 ปีแสง

  1. 5. การแบ่งแยกข้อพระคัมภีร์ ปฐมกาล 1.1-3

5.1.   ในปฐมกาล  เป็นเวลาที่กำหนดไม่ได้ พระเจ้าทรงดำรงอยู่ตั้งแต่นิรันดร์กาลถึงนิรันดรกาล เวลาของพระเจ้าเป็นปัจจุบันเสมอ (ทั้งอดีตและอนาคต เป็นปัจจุบัน)

5.2.   พระเจ้าทรงสร้างฟ้า หมายถึงจักรวาลและดวงดาวทั้งหมด  (คส. 1.16-17)

5.3.   และแผ่นดิน  หมายถึงโลกของเรา

5.4.   ความมืดปกอยู่เหนือน้ำ

5.5.   พระวิญญาณของพระเจ้าปกอยู่เหนือน้ำนั้น

5.6.   พระเจ้าตรัสว่าจงเกิดความสว่าง ความสว่างก็เกิดขึ้น

วิทยาศาสตร์อธิบายว่า เริ่มแรกนั้นไม่มีอะไร เป็นความมืด แล้วเกิดบิ๊กแบง  ใช้เวลาอีกประมาณ 10,000 ล้านปี จึงเกิดความสว่าง และก่อเป็นรูปเป็นร่างจักรวาล

  1. 6. คำตอบ ความต่างกันระหว่างพระคัมภีร์กับวิทยาศาสตร์

6.1.   พระเจ้าทรงดำรงอยู่ตั้งแต่นิรันดรกาลถึงนิรันดร์กาล สดด 90.2,93.2  หมายถึงเวลาของพระเจ้าเป็นปัจจุบันเสมอ  เมื่ออธิบายตามทฤษฎีสัมพันธภาพ เมื่อมีการเคลื่อนที่เร็วเท่ากับแสงเวลาจะเป็น 0 ดังนั้นจึงสามารถอธิบายได้ว่า การดำรงอยู่ของพระเจ้าเวลาของพระเจ้านั้นเป็นปัจจุบันเสมอ เพราะพระคัมภีร์ตรัสว่า พระเจ้าทรงเป็นความสว่าง ยน 1.5,วว 21.33

6.2.   พระเจ้าทรงสรรพสิ่งที่สมบูรณ์แบบ และจึงเกิดการพัฒนาและวิวัฒนาการ ไม่ใช่แบบค่อยเป็นค่อยไป  ปฐก 1.27, 2.22 เมื่อสร้างอาดัมที่สมบูรณ์แบบ ก็มีอายุ 1 วันเท่านั้น

6.3.   ตามทฤษฎีสัมพันธ์ภาพ   เวลาในโลกต่างจากเวลาในจักรวาล และเวลาในจักรวาลเดินเร็วไม่เท่ากันทุกจุด แสดงว่าอายุของแต่ละจุดในจักรวาลนั้นต่างกัน และเครื่องมือที่ใช้วัดนั้นไม่สามารถใช้กับทุกจุดด้วยมาตรฐานเดียวกันได้

6.4.   เครื่องมือและวิธีการที่นักวิทยาศาสตร์ใช้วัดอายุของโลกและจักรวาลนั้น มีการเปลี่ยนแปลงมาเป็นระยะ และผลที่ได้ก็ต่างกันทุกครั้ง และอนาคตยังจะมีเครื่องมือและวิธีการใหม่ๆ ออกมาอีก

6.5.   การนับเวลาของพระคัมภีร์เป็นการคำนวณอายุของคน คือ จากอาดัม – อับราฮัม – พระเยซู – ปัจจุบัน 2017 (ลูกา 3.23-38) รวมเวลาได้ประมาณ 6,000 พันกว่าปี เวลานี้เป็นสิ่งถูกต้องตามประวัติศาสตร์ และเมื่อมีการสืบค้นหา DNA แรกของมนุษย์ก็พบว่ามีอายุประมาณ 6 – 8 พันปี

6.6.   การที่วิทยาศาสตร์บอกว่าโลกและจักรวาลมีอายุมากนั้น ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผิดหรือขัดแย้งกับพระคัมภีร์ เพราะตาม ปฐมกาล 1.1-3 นั้น ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นเวลานานเท่าใด  วิทยาศาสตร์นับอายุของการระเบิดครั้งใหญ่ แต่พระคัมภีร์นับอายุของมนุษย์ที่อาศัยอยู่ในโลก

6.7.   พระคัมภีร์บันทึกเพื่อให้เรารู้ว่า มีพระเจ้าเป็นพระผู้ทรงสร้าง และจักรวาล โลกและสรรพสิ่งทั้งปวงเป็นระเบียบอยู่โดยพระองค์และเพื่อพระองค์  เพื่อสรรสิ่งทั้งปวงที่ทรงสร้างนี้จะถวายเกียรติพระเจ้าเพียงผู้เดียว โคโลสี 1.16-17

ข้อคิด

สหภาพโซเวียดต้องการล้มล้างความเชื่อในพระเจ้าและศาสนาคริสต์ ได้ให้นักวิทยาศาสตร์ นักบินอวกาศ หมอ มาบรรยาเพื่อพิสูจน์ว่าไม่มีพระเจ้า

นักบินอวกาศบอกว่า ผมนั่งยานอวกาศออกไปนอกโลกเพื่อจะค้นหาว่ามีสวรรค์หรือมีพระเจ้าจริงหรือไม่ แต่กลับไม่พบอะไรเลย คุณยายถามว่า  คุณนักบินอวกาศ ที่บ้านฉันมีกบตัวหนึ่งอยู่ในบ่อน้ำ ทุกวันมันแหงนมองฟ้า มนคงคิดว่าโลกนี้ไม่มีใครแล้วนอกจากกบ

คุณหมอผ่าตัดหัวใจบอกว่า ผมผ่าตัดหัวใจคนมามากมาย แต่ไม่เคนเจอเลยว่ามนุษย์มีจิตวิญญาณ คุณยายถามว่า  คุณหมอคะคุณหมอเชื่อมั้ยว่าคุณแม่ของคุณหมอรักคุณหมอ   คุณหมอตอบว่าแน่นอนคุณแม่ผมรักผมมาก แล้วทำอย่างไรจึงจะเห็นความรักของคุณแม่คะ ถ้าเอามีดผ่าหัวใจคุณแม่คุณหมอคิดว่าจะเจอความรักมั้ย

คุณนักวิทยาศาสตร์คะ คุณใช้เครื่องมืออะไรตรวจวัดความดีใจ เสียใจ ความดี ความชั่ว หรือโลกของเราไม่มีสิ่งเหล่านี้