gototopgototop
Get Adobe Flash player

 

1. คำทักทาย (1.1-2)

 

1.1 เปาโล (1)

ผู้เป็นอัครทูตของพระเยซูคริสต์ตามพระทัยของพระเจ้า เพื่อ(แปลได้อีกว่า ตาม) พระสัญญาแห่งชีวิตที่มีในพระเยซูคริสต์

 

เปาโลกล่าวถึงตัวเองว่า “ถูกจำจองอยู่เพราะเห็นแก่พระองค์” (1 :8) และเป็นการจำคุกครั้งที่สองของท่านในกรุงโรม ท่านไม่ได้รับความสะดวกสบายเหมือนครั้งแรกที่ได้เช่าบ้านอยู่อย่างอิสระ ดังที่ลูกาได้บันทึกไว้ในตอนท้ายของกิจการ ซึ่งในเวลาต่อมาเราโลก็ได้รับการปล่อยตัวตามที่คาดไว้ มาคร้งนี้ ท่านถูกขังไวในคุกใต้ดินในสภาพที่น่าหดหู่ใจ มีแค่ช่องเพดานด้านบนเพียงช่องเดียวที่เป็นทางให้อากาศและแสงแดดลอดเข้ามา คุกที่ว่านั้นเชื่อกัน ว่าอาจจะเป็นคุกมาเมอร์ไทน์ แต่ไม่ว่าท่านจะอยู่ในคุกใด โอเนสิโฟรัสก็ต้องดั้นด้นลืบเสาะหาท่านถึงจะพบ (1 :17) เปาโลถูกตีตรวน (1 :16) “ล่ามโซ่ดังผู้ราย” (2:9) และทนทุกข์อย่างหนักเพราะความวัาเหว่ ความเบื่อหน่าและความหนาวเหน็บในคุก (4:9-13) การไต่สวนคดีขั้นต้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว (4:1 6,1 7) และบัดนี้เปาโลกำลังคอยการพิจารณาคดีอย่างเป็นทางการแต่ท่านไม่ได้คาดหวังว่าาะพ้นโทษ ดูเหมือนว่าความตายเป็นสิ่งที่มิอาจหลีกพ้น  (4:6-8) แล้วด้วยเหตุอันใดเล่าเปาโลจึงต้องตกอยู่ในสถานการณ์เยี่ยงนี้

 

ดูเหมือนว่า เมื่อเปาโลได้รับการปล่อยตัวจากการถูกคุมขังครั้งแรก  (คือถูกกักในบ้านที่กรุงโรมดังที่บันทึกไว้ตอนท้ายของกิจการ) เปาโลก็เที่ยวออกประกาศพระกิตติคุณอีก ท่านไปที่ครีตได้สั่งให้ทิตัสอยู่รับใช้ที่นั่น (ทต. 1:5)  แล้วเดินทางต่อไปที่เอเฟซัสและได้ละทิโมธีไว้ที่นัน (1 ทธ. 1:3, 4) ท่านอาจจะเลยไปพบฟีเลโมนที่โคโลสีตามที่วางแผนไว้ (ฟม. 22) แต่ที่แน่นอนก็คือ ท่านได้ไปถึงมาซิโดเนีย (1 ทธ. 1 :3) ได้ไปเยี่ยมเยียนเมืองฟีลิปปีและเมืองอี่นๆ (ฟป. 2.24) จากมาซิโดเนียเปาโลส่งจดหมายฝากถึงทิโมธีซึ่งอยู่ที่เอเฟซัส คือ 1 ทิโมธี และอีกฉบับหนึ่งฝากถึงทิตัสที่ครีต บอกทิตัสถึงความตั้งใจที่จะอยู่ในนิโคบุรี ซึ่งเป็นเมืองหนึ่งในแคว้นเอพิรัล บนฝั่งตะวันตก (ทะเลเอเดรียติค) ของประเทศกรีกตลอดฤดูหนาว (ทต. 3:12) เปาโลคงจะพักอยู่ที่นั่นจริง และทิตัสก็อาจจะไปพบท่านดังที่ประลงค์ไว้ และถ้าอัครทูตเปาโลได้ไปเผยแพร่พระกิตติคุณที่สเปนสมความมุ่งมั่นแล้ว (รม. 15:24,28) ท่านก็คงจะแล่นเรือไปในต้นฤดูใบไม้ผลิปีถัดไป เคลเมนต์แห่งโรมกล่าวในจดหมายถึงชาวโครินธ์ของเขา ซึ่งเป็นจดหมายที่รู้จักกันดีว่าเปาโล ก็ได้ไปจนสุดเขตตะวันตก” ซึ่งอาจจะหมายถึงอิตาลี แต่บางคนก็คิดว่าท่านอาจไปถึงสเปนฝรั่งเศส หรืออาจจะไปถึงอังกฤษก็ได้

ฉะนัน คงจะไม่ผิดจากความจริงนัก ถ้าจะสรุปว่าต่อมาเปาโลได้ไปเยี่ยมเยียนทิโมธีที่เอเฟซัสอีกครั้งหนึ่งตามสัญญา (1 ทธ. 3:14, 15) จากนั้นก็เดินทางไปถึงเมืองท่ามิเลทัสที่อยู่ใกล้ๆ ที่นั่นเปาโลได้ละโตรฟีมัสไว้เพราะเขาป่วย (2 ทธ. 4:20) และเดินทางต่อไปถึงโตรอัส (เมืองท่าซึ่งท่านได้ลงเรือไปยุโรปครั้งแรก) พักอยู่กับคารปัส และได้ทิ้งเสื้อคลุมกับหนังสือบางเล่มไว้ (2 ทธ 4.13) แล้วเดินทางไปที่โครินธ์ โดยให้เอรัสทัสอยู่ที่นั่นต่อไป   (2 ทธ. 4:20 ดู รม. 16:23)  ส่วนเปาโลกกลับไปกรุงโรม

ระหว่างการเดินทางครั้งนี้เปาโลอาจจะถูกจับที่โตรอัส ซึ่งทำใหไม่มีโอกาลเก็บข้าวของส่วนตัว จึงต้องทิ้งไว้ที่บ้านของคารปัส หรีออาจจะถูกจับที่โรม เราไม่ทราบสภาพการณ์แน่ชัด แต่รู้ว่าท่านถูกจับเนละถูกจำคุกอีกครั้ง คราวนี้ท่านด้องทนทุกข์ยากแสนสาหัส และไมมีทางหนีรอดได้ เพราะพวกนิยมจักรพรรดินีโรกำลังกดขี่ข่มเหงคริสเตียนอย่างบ้าคลั่ง (ค.ศ. 64) และที่เล่าต่อกันมาก็คงจะถูกตอง คือเปาโลถูกตัดสินประหารชีวิตโดยตัดศีรษะ (ตามแบบคนลัญชาติโรมัน) ที่ทางหลวงออสเชียน ซึ่งห่างจากตัวเมืองประมาณหากิโลเมตร ยูเซเบียสอางถึงคำกล่าวของไดโอนิเซียส์แห่งโครินธ์ที่ว่า “เปาโลและเปโตรถูกประหารชีวิตเพราะพระกิตติคุณในคราวเดียวกัน” และเขาไดกล่าวเพิ่มเติมว่า เปาโลถูกคัดศรีษะ ส่วนเปโตร (โดยคำร้องขอของเปโตรเอง) ถูกตรึงที่ไม้กางเขนโดยเอาศรีษะลงก่อนที่เปาโลจะสิ้นชีวิตไม่นาน

 

ขณะที่ถูกตีตรวนจองจำอย่างเข้มงวดท่านได้จดหมายฝากฉบับที่ลองนีไปใหทิโมธี การประหารซีวิตดูเหมือนจะย่างใกล้เข้ามาทุกที ดังนั้นท่านคงเขียนจดหมายุบับนี้ภายใต้เงาทะมึนของความตายทีเดียว แม้ว่าจดหมายฉบับนีจะเป็นจดหมายส่วนตัวถึงมิตรผู้อ่อนอาวุโสคือทิโมธี แต่ก็นับไดว่านี่เป็น...และท่านคงจะตั้งใจให้เป็น เจตนารมย์สุดท้ายของท่านที่มีด่อคริสตจักร หรือก็คือพินัยกรรมของท่านนั่นเอง

 

1.2 ทิโมธี (2-8)

บุตรที่รัก ป็นการกล่าวถึงความสัมพันธ์ด้านจิตวิญญาณดูคำอธิบาย 1 ทธ.1:2

ผ้รับจดหมายฉบับนี้คือทิโมธี ซึ่งถูกผลักดันให้รับตำแหน่งผู้นำ  คริสเตียน มีความรับผิดชอบเกินความสามารถโดยกำเนิดของเขาเป็นระยะเวลามากกว่า 15 ปีที่ทิโมธีจากบ้านที่เมืองลิสตรามาร่วมงาน กับเปาโล เขาได้เป็นเพื่อนร่วมพันธกิจที่สัตย์ซื่อของท่าน ร่วมอยู่ดวยตลอดการเดินทางประกาศพระกิตติคณทั้งครั้งที่สองและสาม  ไม่เพียงแต่เปาโลจะรักทิโมธีมากในฐานะเพื่อนซึ่งเขาได้นำมารู้จักพระเยซูคริลด์ คือเรียกได้ว่าทิโมธีเป็น ลูกที่รักของข้าพเจ้า ซึ่งเป็นคนสัตย์ซื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้า” (1 คร. 4:17) แต่ท่านยังไว้ใจทิโมธีในฐานะ “ผู้ร่วมงาน  (รม. 16:21) และ “นองของเราซึ่งเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า (1 ธส. 3:2)

 

2. คำกำชับให้ดำเนินชีวิตอย่างสัตย์ซื่อ  บทที่ 1

 

2.1 สัตย์ซื่อในการทรงเรียก (3-7)

2.1.1                        การทรงเรียกให้มาเป็นผูรับใช้ โดยผ่านทางเปาโล  (3-4)

2.1.2                        การทรงเรียนให้มาเชื่อในพระเจ้า  โดยผ่านทางครอบครัว (5-6)

2.1.3                        การทรงเรียกโดยการประทานของประทาน (7)

จงกระทำให้รุ่งเรืองขึ้น

2.2 สัตย์ซื่อในการรับใช้ (8-12)

2.2.1                        ไม่ละอายที่จะเป็นพยาน (8)

2.2.1.1               ฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้า

2.2.1.2               และเปาโล

2.2.2                        จงร่วมในการยากลำบากเพื่อเห็นแก่ข่าวประเสริฐ (8-9)

2.2.2.1               เพื่อเห็นแก่พระประสงค์ของพระเจ้า

2.2.2.2               เพื่อเห็นแก่พระคุณที่ประทานให้

2.2.2.2.1      โดยการที่พระเยซูคริสต์พระผู้ช่วยให้รอดของเราเสด็จมา

2.2.2.2.2      ทรงกำจัดความตายให้สูญสิ้น

2.2.2.2.3      ทรงกระทำให้ชีวิตและสภาพอมตะกระจ่างแจ้งโดยข่าวประเสริฐ

2.2.3                        เหตุผลที่ต้องสัตย์ซื่อในการรับใช้  (11-12)

2.2.3.1               เพราะพระเจ้าเป็นผู้แต่ตั้งให้เป็นผู้ประกาศ อัครทูต ครู

2.2.3.2               เพราะเรารู้จักพระเจ้าที่เราเชื่อ

 

ซึ่งข้าพเจ้าได้มอบไว้กับพระองค์ แปลได้อีกว่า ``ซึ่งพระองค์ได้ทรงมอบให้แก่ข้าพเจ้า"วลีนี้จึงอาจมีความหมายได้สองอย่างคือหมายถึงสิ่งมีค่าที่เปาโลมอบไว้กับพระเจ้าคือชีวิตจิตวิญญาณของเขาเองหรือหมายถึงสิ่งมีค่าที่พระเจ้ามอบไว้กับเปาโลคือความจริงของข่าวประเสริฐ

 

2.3 สัตย์ซื่อต่อหลักคำสอน (13-14)

2.3.1                        โดยการประพฤติอย่างถูกต้องตามพระคัมภีร์

2.3.2                        โดยความเชื่อและความรักในพระคริสต์

2.3.3                        โดยการรักษาความจริงที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงมอบให้

2.4 ตัวอย่างของคนที่ไม่สัตย์ซื่อในการรับใช้ (15)

2.5 ตัวอย่างของคนที่สัตย์ซื่อในการรับใช้พระเจ้า (16-18)

2.6 สัตย์ซื่อในการสร้างสาวก (2.1-2)

เป็นคำกำชับของเปาโลที่ต้องการให้สั่งสอนความจริงของพระเจ้าต่อเนื่องกันไป เช่น เปาโลสอนทิโมธี ทิโมธีสอนผู้สัตย์ซื่อ และผู้สัตย์ซื่อสอนคนอื่นต่อไปเรื่อยๆ  ต่อหน้าพยานหลายคน ต่อหน้าคนอื่นๆ ที่สามารถเป็นพยานยืนยันได้

แก้ไขล่าสุด (วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2011 เวลา 14:16 น.)