gototopgototop
Get Adobe Flash player
ดัชนีบทความ
บทที่ 5 หน้าที่ของงานอภิบาลคริสตจักร
หน้า 2
ทุกหน้า

 

 

บทที่ 5  หน้าที่ของงานอภิบาลคริสตจักร (4.1-5.2)

 


1. การสังเกตคำสอนผิด (1-10)

เปาโลกล่าวถึงคำสอนเท็จที่รับอิทธิพลจากลัทธิทรมานตนที่กำลังระบาดเข้ามาในคริสตจักรต่างๆ และปรากฏเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนในปลายศตวรรษแรกถึงต้นศตวรรษที่สองในกลุ่มคำสอนเท็จที่เรียกว่าพวกนอสติก (ความรู้) ที่ถือว่าวัตถุเป็นสิ่งเลวร้าย พระวิญญาณได้ตรัส การสำแดงขององค์พระวิญญาณบริสุทธิ์ผ่านทางบรรดาผู้เผยพระวจนะ (กจ.11:27-28; 21:10-11)

อันตรายที่ทิโมธีพบในเอเฟซัส ดูเหมือนจะมาจากคนบางคนในคริสตจักรที่ยึดมั่นตามนักปรัชญากรีกที่สอนว่า ร่างกายเป็นลิ่งชั่วร้าย จิตวิญญาณเท่านั้นที่สำคัญ ผู้สอนเท็จปฏิเสธไม่เชื่อว่าพระเจ้าแห่งการเนรมิตสร้างจะเป็นผู้ดีงาม เพราะการที่พระองค์สัมผัสกับวัตถุจะทำให้พระองค์ทรงแปดเปึ้อนมลทิน ถึงแม้สมาชิกริสตจักรที่ได้รับอิทธิพลจากปรัชญากรีกจะยกย่องพระเยซู  แต่เขาก็นสามารถเชื่อ ว่าพระองค์ทรงเป็นมนุษย์แท้ เปาโลรู้ดีว่าคำสอนเหล่านี้หากปล่อยทิ้งไว้จะบิดเบือนความจริงของคริสเตียน อย่างร้าย แรง

ผู้สอนที่รู้ในสิ่งที่ตนเองพูด มีวินัย และศีลธรรม หรือบอกว่าเขากำลังพูดเพื่อพระเจ้า เท่านั้นยังไม่พอ ถ้าคำสอนของเขาขัดแย้งกับคำสอนตามหลักพระคัมภีร์ คำสอนของเขาก็ผิด เช่นเดียวกับทิโมธี เราต้องป้องกันคำสอนใดๆ ที่เป็นสาเหตุให้ผู้เชื่อปฏิเสธหรือมีความเชื่อที่ลดน้อยลง  คำสอนเท็จเช่นนี้อาจสอนผิดตรงๆ หรือค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาอย่างแยบยลก็ได้

4:1 บางคนละทิ้งความเชื่อ พระวิญูญูาณบริสุทธิ์ทรงสำแดงให้เห็นชัดว่า ในภายหลังจะมีผู้คนละทิ้งความเชื่อในพระเยซูคริสต์เจ้า

(1) จะมีผู้รับใช้ผู้ที่มีของประทานหลายอย่างและได้รับการ เจิมอันทรงพลังจากพระเจ้าปรากฏตัวขึ้นในคริสตจักร บางคนจะทำการใหญ่สำเร็จเพื่อพระเจ้าและเทศนาข่าวประเสริฐ แห่งความจริงอย่างเกิดผล แต่พวกเขาจะละทิ้งจากความเชื่อ และค่อยๆ หันไปหาวิญูญาณแห่งการล่อลวงและคำสอน เท็จ เนื่องด้วยการทรงเจิมและความร้อนรนเพื่อพระเจ้าที่พวกเขามีอยู่ก่อนหน้านี้ พวกเขาจะนำคนมากมายไปในทางที่ผิด (ดูบทความ ยุคเข็ญ หน้า 1800)

(2) ผู้เชื่อจำนวนมากจะหลงหายไปจากความเชื่อ เพราะพวกเขาปฏิเสธที่จะรักความจริง (2ธส 2:10) และปฏิเสธจะต่อต้านเเนวโน้มอันเป็นบาปในยุคสุดท้าย (เทียบกับมธ 24 .5, 10-12 ดคำอธิบาย 2ทธ 3. 2-3) ดังนั้น ข่าวประเสริฐที่ถูกบิดเบือนซึ่งสอนโดยบรรดาผู้รับใช้และครูที่ประนีประนอม จะพบการต่อต้านเพียงเล็กน้อยเท่านั้นในคริสตจักรจำนวนมาก (4:1,1 2ทธ.3:5; 4:3,1 ดูคำอธิบาย2คร.11.13)

(3) ความนิยมคำสอนที่ไม่ได้มาจากพระคัมภีร์ โดยพื้นฐานแล้วจะเป็นผลจากการที่ซาตานนำกองทัพมารเข้าต่อสู้งานของพระเจ้าอย่างหนักหน่วง ลัทธิซาตาน ภูตผีเวทมนตร์ การถูกผีเข้าสิง เเละการลอลวงของวิญญาณชั่วในโลกและในคริสตจักรจะมีมากขึ้นก่อนหน้าการเสด็จมา ครั้งที่สองของพระคริสต์ (อฟ 6.1-12)

(4) การปกป้องผู้เชื่อจากการล่อลวงเกียวข้องกับความจงรักภักดีต่อพระเจ้าและพระวจนะที่ได้รับการ ดลใจของพระองค์ และความรู้ว่าบุคคลที่มีบุคลิกดึงดูดใจคน

1.1. สาเหตุที่มาของคำสอนผิด (1-2)

เปาโลกล่าวว่า ผู้สอนเท็จเป็นคนโกหก หน้าซื่อใจคดที่ชักนำคนให้ติดตาม“วิญญาณแห่งการล่อ และคำสอนของมารโดยยิบยื่นของปลอมที่เหมือนของจริงให้  แต่เราต้องไม้หลงกลของผู้สอนเท็จ

1.1.1.       มาจากวิญญาณทั้งหลายที่ล่อลวง

วิญญาณทั้งหลายที่ล่อลวง และคำสอนของพวกผี เชื่อฟังวิญญาณ...ปีศาจ เชื่อฟังคำสอนเท็จหรือการเผยพระวจนะเทียมเท็จของพวกครูสอนเท็จที่มีเบื้องหลังมาจากอำนาจของวิญญาณชั่ว

1.1.2.       มาจากมนุษย์   พวกที่ชอบโกหก

1.1.3.       มาจากปัญหาด้านจริยธรรม  จิตสำนึกเป็นทาสของมาร

แปลตรงตัวว่า "จิตสำนึกตายด้านแล้ว'' คือไม่มีใจสำนึกผิดชอบ คนทั้งหลายที่มีมโนธรรมตายด้าน (ภาษากรีกแปลตรงตัวว่า ที่ถูกนาบด้วยเหล็กร้อนแดงจนตายด้าน)

1.2. วิธีทดสอบว่าผิดหรือไม่ (3-5)  จะรู้ได้อย่างไรว่าสอนผิด

1.2.1.       การทดสอบในด้านการดำเนินชีวิตและคำสอน  (3-5)

1.2.1.1.       ห้ามการแต่งงาน   ดูเหมือว่ามีวินัย เป็นคนบริสุทธิ์ เป็นคนชอบธรรม  แต่ไม่เป็นความจริง

1.2.1.2.       ห้ามรับประทานอาหารบางชนิด

ไม่ได้หมายถึงบัญญัติห้ามเรื่องอาหารในพระคัมภีร์เดิมแต่เป็นข้อห้ามต่างๆที่พวกลัทธิทรมานตนตั้งขึ้นเอง เช่นห้ามบริโภคเนื้อสัตว์   ( คส 2:20-23)

1.2.2.       โดยใช้พระคัมภีร์เป็นมาตรฐาน ปฐก 1

  • ซึ่งพระเจ้าทรงสร้างไว้ให้พวกที่เชื่อ
  • เพราะว่าทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างไว้นั้นดี ไม่มีอะไรต้องห้าม
  • เพราะว่าสิ่งนั้นได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ ด้วยพระวจนะของพระเจ้าและคำอธิษฐาน

เปาโลคัดค้านผู้สอนเท็จโดยยืนยันว่าทุกสิ่งที่พระเจ้าสร้างนั้นดี (ดูปฐมกาล ๑) เราควรทูลขอให้พระเจ้าอวยพระพรของประทานที่พระองค์ทรงสร้างเพื่อความเพลิดเพลินของเรา และเราควรขอบพระคุณพระองค์สำหรับสิ่งหล่านี้ด้วย นี่มิได้หมายความว่าเราควรจะใช้สิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างในทางที่ผิด