gototopgototop
Get Adobe Flash player
ดัชนีบทความ
บทที่ 4 ตำแหน่งงานอภิบาลในคริสตจักร
หน้า 2
ทุกหน้า

2. มัคนายก (8-13)

แปลว่า ผู้ปรนนิบัติ  ตำแหน่งนี้เกิดขึ้นครั้งแรกใน กจ.6:1 เพื่อทำหน้าที่ด้านธุรการแทนบรรดาอัครทูตที่ต้องมุ่งเน้นในการสอนและอธิษฐานแม้ข้อความตอนนี้ไม่ได้ระบุหน้าที่ชัดเจน แต่เมื่อปรากฏคู่กับตำแหน่งผู้ปกครองดูแลทำให้เข้าใจว่าจะต้องมีหน้าที่ คล้ายกับมัคนายกในหนังสือกิจการ  เปาโลบอกว่าคนที่จะเป็นมัคนายก ควรได้รับการตรวจสอบเสียก่อนที่จะให้เขารับใช้ หรืออยู่ในตำแหน่ง

 

2.1. คุณสมบัติของมัคนายก

2.1.1.          ฝ่ายมัคนายกนั้นก็เช่นเดียวกันคือต้องเป็นคนเอาการเอางาน

2.1.2.          ไม่เป็นคนสองลิ้น

2.1.3.          ไม่ดื่มสุรามึนเมา

2.1.4.          ไม่เป็นคนโลภมักได้

2.1.5.          เป็นคนยึดมั่นในข้อล้ำลึกแห่งความเชื่อ ด้วยจิตสำนึกว่าตนชอบ

2.1.6.          ต้องเป็นสามีของหญิงคนเดียว

2.1.7.       บังคับบัญชาบุตรของตน และปกครองบ้านเรือนของตนได้ดี

จงลองดูคนเหล่านี้เสียก่อนด้วย และเมื่อเห็นว่าไม่มีข้อตำหนิแล้ว จึงตั้งเขาไว้ในตำแหน่งมัคนายก

 

2.2. คุณสมบัติของมัคนายิกา (โรม 16:1)

2.2.1.       ต้องเป็นคนเอาการเอางาน

2.2.2.       ไม่ใส่ร้ายผู้อื่น

2.2.3.       เป็นคนรู้จักประมาณตน

2.2.4.       เป็นคนสัตย์ซื่อในประการทั้งปวง

ไม่ว่าอย่างไร ผู้นำหญิงก็มีความสำคัญเทียบเท่าผู้ชาย และต้องมีหน้าที่และคุณสมบัติเดียวกันกับผู้ชาย อย่างไม่ยิ่งหย่อน

 

2.3. ความสำคัญของมัคนายกและมัคนายิกา

เพราะว่าคนที่ทำหน้าที่มัคนายกได้ดีก็มีเกียรติ และมีใจกล้าเป็นอันมากเพราะความเชื่อซึ่งมีในพระเยซูคริสต์

 

3. สถานภาพคริสตจักร (14-16)

สถานภาพของคริสตจักรสามประการ ที่เปาโลกล่าวถึง

6.1.1                        เป็นสมาชิกในครอบครัวของพระเจ้า

6.1.1.1.1      เราเป็นโดยการบังเกิดใหม่ฝ่ายวิญญาณ

6.1.1.1.2      มีความสัมพันธ์โดยมีพระบิดาองค์เดียวกัน

6.1.1.1.3      มีความสัมพันธ์กับคนอื่นฐานะพี่น้องฝ่ายวิญญาณ

ข้อคิด  พระเจ้าทรงเรียกให้เรารักกันและกัน   ผ่อนหนักผ่อนเบากันและกัน  สนับสนุนกันและกัน ด้วยการสมัคคีธรรม

6.1.2                        เป็นคริสตจักรของพระเจ้าผู้ดำรงพระชนม์

เพื่อเน้นความแตกต่างของพระเจ้าและรูปเคารพที่ไม่มีชีวิต  การกลับใจมาเชื่อพระเจ้ามีความหมายถึงการละทิ้งรูปเคารพและหันมาหาพระเจ้า  เราต้องตระหนักว่าเราเป็นวิหารของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์   เราต้องถ่อมตัวลงต่อพระเจ้าและนมัสการพระองค์แต่ผู้เดียว

6.1.3       เป็นหลักและรากแห่งความจริง  (เสา)

แปลตรงตัวว่า "เป็นเสาและรากฐานของความจริง'' หมายถึงการค้ำจุนความจริงให้ถูกต้องไม่เอนเอียง   การประกาศพระกิตติคุณ การปกป้องพระกิตติคุณหรือความเชื่อ  การทรงพระชนม์เป็นหลักรากที่สำคัญที่สุดของความเชื่อ

ข้อล้ำลึก คือหลักความเชื่อของคริสตชนเป็นความจริงที่พระเจ้าทรงปิดซ่อนไว้ในอดีตแต่ทรงเปิดเผยข่าวประเสริฐนี้ผ่านทางผู้เผยพระวจนะและอัครทูต

พระองค์...พระสิริ เป็นหลักข้อเชื่อที่อธิบายเรื่องราวทั้งหมดของพระเยซูคริสต์คือ ก) การเสด็จมารับสภาพเป็นมนุษย์ ข) การเป็นขึ้นมาใหม่ ค) การรับเกียรติจากทูตสวรรค์ ง) การนำข่าวประเสริฐไปทั่วโลก จ) ชาวโลกเชื่อวางใจในพระองค์ ฉ) การเสด็จขึ้นสู่สวรรค์เพื่อรับพระสิริ



แก้ไขล่าสุด (วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2011 เวลา 23:26 น.)