gototopgototop
Get Adobe Flash player

พอดีเข้าเฟสแล้วเจอบทความนี้ เอามาฝากเผื่ออ่านให้รู้กันเพื่อจะได้ปกป้องข่าวประเสริฐ (จาก ดร.ศิลป์ชัย http://sinchaichao.blogspot.com/2012/10/blog-post_24.html?spref=fb)

โบสถ์สอนเท็จอันใหม่เมดอินเกาหลี เชื่อในพระเจ้าพระมารดา

คลิกดูภาพใหญ่

ก่อนอื่นต้องอธิบายก่อนว่าที่ว่า "สอนเท็จ" ในที่นี้หมายถึงตามบรรทัดฐานของคริสตชนกระแสหลัก     โบสถ์หรือคริสตจักรที่ว่านี้ชื่อในภาษาอังกฤษคือ "The World Mission Society Church of God" แปลเป็นไทยได้ว่า "คริสตจักรสมาคมมิชชั่นโลก ของพระเจ้า"

ตามประวัติจากเวบไซท์ของเขาคือ http://english.watv.org บอกว่า ตั้งมาตั้งแต่ปี 1948 ก่อตั้งโดย พระคริสต์ที่เสด็จกลับมาครั้งที่สอง ซึ่งเป็นชายเกาหลีที่ชื่อว่า Ahnsahnghong (น่าจะอ่านว่า อันซังฮง) พวกเขาถึงกับเรียกชายผู้นี้ว่า "พระคริสต์อันซังฮง" เลยทีเดียว เขาว่าพระคริสต์เกาหลีผู้นี้มาถึงเกาหลีในปี 1948 ซึ่งที่พระคริสต์มาที่เกาหลีเพราะเกาหลีตั้งอยู่ที่ "สุดปลายแผ่นดินโลกทางตะวันออก" ซึ่งตรงกับคำทำนายเรื่องต้นมะเดื่อ เมื่อมาถึงก็เริ่มประกาศ

ชายที่เรียกตนว่า "พระคริสต์อันซังฮง"

ข้อมูลบอกอีกว่า ทุกวันนี้เขามีสมาชิก 1.7 ล้านคนในคริสตจักรของเขาที่มีอยู่ราว 2,200 แห่งกระจายอยู่ใน 150 ประเทศทั่วโลก โดยใช้เวลาเพียงครึ่งศตวรรษ

เกี่ยวกับหลักคำสอนของพวกเขานั้น พวกเขาก็ยึดถือพระคัมภีร์ แต่ตีความแตกต่างจากคริสตชนกระแสหลักในหลายเรื่องด้วยกัน เรื่องหลักๆก็คือ พวกเขาถือว่า พระเจ้าไม่ได้เป็นพระบิดาอย่างเดียว แต่พระเจ้าเป็น "พระมารดา" ด้วย และเขามีข้อพระคัมภีร์มาอธิบายแบบตีความได้อย่างน่าทึ่งทีเดียว โดยเน้นว่า พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ตามพระฉายาของพระองค์ และเมื่อพระองค์ทรงสร้างมนุษย์ให้เป็นชายและหญิง ฉะนั้นก็ต้องแปลว่า พระเจ้าทรงมีด้านที่เป็นชายและหญิงด้วย นั่นคือถ้าพระองค์เป็นพระบิดา พระองค์ก็ต้องเป็น "พระมารดา" ด้วย

สรุปคือเชื่อในตรีเอกานุภาพแห่งพระเจ้าพระบิดา พระเจ้าพระมารดา พระเจ้าพระบุตร เชื่อว่าพระเจ้าพระมารดาคือพระผู้สร้างสรรพสิ่งพร้อมพระเจ้าพระบิดา

และพวกเขาบอกว่า "กรุงเยรูซาเล็มเบื้องบน" นี่แหละคือ "พระมารดา" โดยยกข้อพระคัมภีร์กาลาเทียบทที่ 4 ข้อ 26 ที่ว่า "แต่​ว่า​เยรูซาเล็ม​ซึ่ง​อยู่​เบื้อง​บน​นั้น เป็น​ไท​เป็น​มารดา​ของ​เรา​ทั้ง​หลาย"

ศจ. คิม จู โชล  ศิษยาภิบาลคนปัจจุบัน

พวกเขายืนยันชัดเจนว่ายึดถือพระคัมภีร์บรรทัดฐาน 66 เล่ม
เช่นคริสตชนกระแสหลัก

นอกจากนั้น เกี่ยวกับเรื่องการเสด็จมาครั้งที่สองของพระคริสต์ พวกเขาก็สอนว่า การมาของ "พระคริสต์อันซังฮง" ในปี 1948 นี่แหละคือการเสด็จกลับมาตามคำพยากรณ์ในพระคัมภีร์อย่างสมบูรณ์แล้ว

การนมัสการต้องใช้วันสะบาโตก็คือวันเสาร์เท่านั้น ไม่ใช่วันอาทิตย์    และยังต้องฉลองเทศกาลทั้งเจ็ดเทศกาลในพระคัมภีร์เดิม สามครั้ง

นอกจากนี้ สตรีต้องใส่ผ้าคลุมเวลานมัสการและอธิษฐานและไม่มีการฉลองวันอีสเตอร์ เพราะเชื่อว่าการฉลองวันอีสเตอร์คือการบูชาพระนอกรีต

โบสถ์นี้ได้รับความนิยมมากเพราะกิจกรรมต่างๆ ดึงดูดผู้คนมาก  รูปแบบมักจะหรูหราเฟิร์สคลาส  และยังมีกิจกรรมเพื่อสังคมที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นการรวมตัวทำความสะอาดท้องถนน   การบริจาคสิ่งของช่วยเหลือ   ไปจนถึงการบริจาคโลหิต

กิจกรรมสังคมที่มีการบริจาคสิ่งของมากมาย
ช่วยทำความสะอาด และการบริจาคโลหิต


โบสถ์นี้เริ่มเข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทยแล้ว มีการทำสื่อคลิปวีดีโอเผยแพร่ในยูทูปด้วย