gototopgototop
Get Adobe Flash player

Warning: copy(http://www.naewna.com/images/space.gif) [function.copy]: failed to open stream: HTTP request failed! HTTP/1.1 404 Not Found in /home/thaills/domains/thaills.org/public_html/plugins/content/mavikthumbnails.php on line 384

Warning: copy(http://www.naewna.com/images/space.gif) [function.copy]: failed to open stream: HTTP request failed! HTTP/1.1 404 Not Found in /home/thaills/domains/thaills.org/public_html/plugins/content/mavikthumbnails.php on line 384

Warning: copy(http://www.naewna.com/images/space.gif) [function.copy]: failed to open stream: HTTP request failed! HTTP/1.1 404 Not Found in /home/thaills/domains/thaills.org/public_html/plugins/content/mavikthumbnails.php on line 384

Warning: copy(http://www.naewna.com/images/space.gif) [function.copy]: failed to open stream: HTTP request failed! HTTP/1.1 404 Not Found in /home/thaills/domains/thaills.org/public_html/plugins/content/mavikthumbnails.php on line 384

Warning: copy(http://www.naewna.com/images/space.gif) [function.copy]: failed to open stream: HTTP request failed! HTTP/1.1 404 Not Found in /home/thaills/domains/thaills.org/public_html/plugins/content/mavikthumbnails.php on line 384

สงครามอาหรับ-อิสราเอล ครั้งที่ 4 : ยมคิปปูร์ ค.ศ. 1973

ทหารอาหรับนำโดยกองทัพของอียิปต์และซีเรียปฏิบัติการในชื่อ ยุทธการบาตร์ บุกเข้าไปในอิสราเอลในวันที่ 6 ตุลาคม 1973 คือ วันยมคิปปูร์ ซึ่งเป็นวันล้างบาปของชาวยิวตามความเชื่อทางศาสนา
โดยทหารอียิปต์เปิดฉากโจมตีด้านคลองสุเอซ และทหารซีเรียโจมตีเข้าไปในที่ราบสูงโกลัน

การรบยืดเยื้อกินเวลาถึงเกือบ 20 วัน เนื่องจากทหารอาหรับได้กำลังหนุนจากอิรัก จอร์แดน และโซเวียต ส่วนอิสราเอลก็ได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามก่อนที่สงครามจะบานปลาย สหรัฐฯและโซเวียตได้ตกลงกันบีบบังคับให้อิสราเอล และอาหรับยุติสงคราม ทำให้มีการประกาศหยุดยิงขึ้นในวันที่ 22 ตุลาคม ค.ศ. 1923 แต่หลังจากนั้นเพียง 2-3 ชั่วโมง อิสราเอลก็ฝ่าฝืนประกาศโดยการบุกโจมตีอียิปต์ต่อไป

ประเทศอิสราเอลดินแดนที่ต้องแลกมาด้วยสงคราม

 

วิกฤตการณ์ดำเนินไปจนถึงวันที่ 25 มหาอำนาจทั้ง 2 ขั้วตัดสินใจถอนตัวแล้วปล่อยให้สหประชาชาติเข้ามาดูแลแทน โดยสหประชาชาติได้ส่งกองทหารฉุกเฉินเข้าควบคุมสถานการณ์และมีคำสั่งหยุดยิงขึ้นอีกครั้งหนึ่ง สงครามระหว่างอาหรับกับอิสราเอลจึงยุติลง

การปะทะทางทหารในประเทศเลบานอนและตอนเหนือของประเทศอิสราเอล โดยผู้มีส่วนร่วมคือฝ่ายติดอาวุธของกลุ่มเฮซบอลลาห์และกองทหารอิสราเอล

http://2.bp.blogspot.com/_R5x2euqpMH8/TB4f3ezIQUI/AAAAAAAAATo/-r_J__ss05c/s1600/israel-palestinian-gaza-strip.jpg


ในวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 9:05 น. ตามเวลาท้องถิ่น  ฝ่ายติดอาวุธของกลุ่มเฮซบอลลาห์ เริ่ม ปฏิบัติการสัจจสัญญา (Operation Truthful Promise) ทำการโจมตีข้ามพรมแดน มีนายทหารอิสราเอล 8 นายเสียชีวิตและถูกจับเป็นตัวประกัน 2 นาย จากนั้นจึงตามมาด้วยการแก้แค้นของฝ่ายอิสราเอล ในชื่อปฏิบัติการตอบแทนอย่างสาสม (Operation Just Reward) ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นปฏิบัติการการเปลี่ยนทิศ (Operation Change of Direction)

รัฐบาลเลบานอนได้ประกาศไม่มีส่วนร่วมรู้เห็นกับปฏิบัติการของเฮซบอลลาห์ และได้เรียกร้องให้องค์กรนานาชาติช่วยเหลือเพื่อให้สงครามยุติโดยทันที

 


ณ วันที่ 12 กรกฎาคม 2006 เวลา 9:05 นาฬิกาของเวลาท้องถิ่น, กลุ่มทหารภาคพื้นดินของเฮซบอลลาห์ได้ เข้าโจมตีนายทหารอิสราเอล ขณะลาดตระเวณอยู่บริเวณชายแดนของสองประเทศส่งผลให้นายทหารอิสราเอลเสียชีวิต 3 นาย และถูกจับกุมไป 2 นาย. หลังจากนั้น 5 นายทหารอิสราเอลที่ถูกส่งไปช่วยเหลือทหารที่ถูกจับกุมได้ถูกสังหารทั้งหมด กองกำลังตำรวจเลบานอน และ เฮซบอลลาห์รายงานว่า นายทหารอิสราเอลถูกจับกุมเนื่องจากพยายามที่จะแทรกซึมเข้าไปในเมือง Ayta al-Sha`b ของเลบานอน

จากนั้นวันที่ 13 กรกฎาคม กองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล (IDF) ได้ยืนยันการถูกจับกุมของสองนายทหารและคาดว่าจะเป็นนาย Ehud Goldwasser และ Eldad Regev.

http://www.ynetnews.com/PicServer2/02012008/1661583/4063_wa.jpg



เหตุรุนแรงจากปฏิบัติการทางทหารชุดใหญ่ของกองทัพอิสราเอล ที่เปิดฉากโจมตีพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอนอย่างหนัก ได้กลายเป็นสถานการณ์ที่ทั่วโลกกำลังเฝ้าจับตา มองอย่างไม่กะพริบ เพราะการปูพรมถล่มเลบานอนแบบไม่ไหวหน้าของอิสราเอลครั้งนี้ กำลังสร้างผล กระทบให้กับประชาคมโลกอย่างหนัก และมีความเป็นไปได้มากที่สุดที่ลุกลามบานปลายกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบขึ้นมาจริงๆ 

จุดเริ่มต้นของความรุนแรงเกิดขึ้นจากการที่มีกองกำลังของกลุ่มกองโจรฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งปกติไม่ค่อยจะเคลื่อนไหวนอกฐานที่มั่นสำคัญในเลบานอนมากนัก ได้ยกกำลังบุกเข้ามายังพรมแดนตอนเหนือของอิสราเอลติดพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอน ก่อนลอบจู่โจมจุดตรวจและฐานที่มั่นของกองทัพอิสราเอล ทำให้ทหารอิสราเอลเสียชีวิตไปหลายนาย แถมกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังเลียนแบบกลุ่มติดอาวุธในปาเลสไตน์ด้วยการลักพาตัวทหารอิสราเอล 2 นายหนีข้ามพรมแดนไปยังเลบานอนด้วย 

การลักพาตัวทหารยิว 2 นายนี่เองเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้อิสราเอลเดือดจัด เพราะตัวเองกำลังทิ้งระเบิดโครมๆเข้าใส่พื้นที่ฉนวนกาซ่า เพื่อช่วยทหารของตนรายหนึ่งที่ถูกกลุ่มติดอาวุธอิสลามิคจีฮัดลักพาตัวไปตั้งแต่เมื่อเดือนที่แล้วยังไม่ทันไร ทหารของตนยังต้องมาตายและถูกลักพาตัวไปเพราะฝีมือของศัตรูเก่าอย่างกลุ่มฮิซบอลเลาะห์อีกต่างหาก จึงไม่น่าแปลกใจที่อิสราเอลจะยอมเปิดศึกสองด้าน โจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์อย่างเต็มรูปแบบมาแล้วถึง 3 วันเต็มในพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอน รวมถึงบางส่วนของกรุงเบรุตซึ่งอยู่ไม่ห่างออกไปกว่า 100 จุด 
ไล่ตั้งแต่ท่าสนามบินราฟิก ฮารีรีท่าอากาศยานนานาชาติแห่งเดียวของเลบานอนในกรุงเบรุตที่ถูกบอมบ์อย่างหนักถึง 2 วันติดจนต้องปิดให้บริการไปแล้ว คลังน้ำมันสะพานและทางหลวงสายสำคัญๆ เชื่อระหว่างกรุงเบรุตกับกรุงดามัสกัสของซีเรีย รวมถึงสิ่งก่อสร้างที่คาดว่าเป็นศูนย์บัญชาการหลักของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ทำให้พลเรือนชาวเลบานอนเสียชีวิตมากกว่า 60 คนบาดเจ็บอีกเกินร้อย ทั้งนี้ก็เพื่อเหตุผลสำคัญอย่างน้อย 3 ประการ

หนึ่งคือต้องการกดดันให้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์คืนทหารสองนายที่จับตัวไป อันน่าจะเป็นเหตุผลหลัก ส่วนผลพลอยได้ก็คือการผลักดันกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ให้ออกห่างจากพื้นที่ตอน เหนือของอิสราเอลรวมถึงเป็นการส่งสัญญาณหนักๆ เตือนรัฐบาลเลบานอน ที่ปล่อยให้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ปฏิบัติการได้ตามอำเภอใจโดยไม่ปราบปราม

จนกระทั่งอิสราเอลยิงขีปนาวุธถล่มกล่องดวงใจที่เล็งไว้มานานนั่นคือศูนย์บัญชาการใหญ่ของ กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ทางตอนใต้ของกรุงเบรุต และบ้านพักของนายฮัสซัน นาสรัลเลาะห์ ผู้นำสูงสุดของฮิซบอลเลาะห์ เรียกว่าหวังจะเด็ดหัวแกนนำสูงสุดกันเลยทีเดียวแต่ดันหนีรอดมาได้ นับเป็นจุดแตกหักของปฏิบัติการโจมตีอย่างแท้จริง เพราะทำให้นายนาสรัลเลาะห์ที่ปิดปากเงียบมานานต้องออกมาแถลง ผ่านสถานีโทรทัศน์ไปทั่วโลก ว่าหากอิสราเอลต้องการประกาศสงครามกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ก็พร้อมที่จะจัดให้ตามคำขอ

และเตือนว่าจะโจมตีเรือพิฆาตที่ยิงจรวดทำลายบ้านเรือนของชาวเลบานอนผู้บริสุทธิ์ให้จมทะเลไปต่อหน้าต่อตา แล้วก็เป็นไปตามคำขู่เสียด้วย เพราะหลังจากนายนาสรัลเลาะห์แถลงไม่นาน เครื่องบินของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ก็ยิงจรวดถล่มเรือรบของอิสราเอลที่จอดอยู่นอกชายฝั่งเลบานอนทำให้ทหารอิสราเอลสูญหายไป 4 นาย
รวมถึงก่อนหน้านั้นยังยิงจรวดไปไกลถึงเมืองท่าไฮฟา เมืองใหญ่อันดับสามของอิสราเอล ทำให้ผู้คนที่นั่นหนาวๆ ร้อนๆ ไปตามกันเพราะไม่เคยมีจรวดหรือขีปนาวุธของกลุ่มติดอาวุธใดเคยทะลวงเข้าถึงเมืองท่าสำคัญแห่งนี้มาก่อน

เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นทำให้ประชาคมโลกหวั่นเกรงว่าจะระเบิดเป็นสงครามเต็มรูปแบบขึ้นมาจริงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจึงได้ร่วมหารือเป็นการฉุกเฉินตามคำร้อง ของรัฐบาลเลบานอน โดยที่ประชุมได้ออกแถลงการณ์โจมตีทั้งกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่จับทหารอิสราเอลเป็นตัวประกัน
และเรียกร้องให้ปล่อยตัวทหารโดยเร็ว และยังประณามปฏิบัติทางทหารของอิสราเอลในเลบานอนอย่างรุนแรง นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเรียกร้องอิสราเอลให้ยุติการโจมตีเป้าหมายพลเรือน เคารพข้อบังคับว่าด้วยกฎหมายมนุษยธรรม ระหว่างประเทศ รวมถึงให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ลุกลามจนเกินควบคุม

ขณะที่บรรยากาศของการประชุมก็ดุเดือดไม่แพ้ปฏิบัติการทางทหารเลยทีเดียว เพราะแต่ละฝ่าย ต่างออกมาตอบโต้กันอย่างถึงพริกถึงขิง ฝ่ายทูตเลบานอนประจำสหประชาชาติเรียกร้องให้ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงยู เอ็นมีมติให้อิสราเอลหยุดยิงโดยทันทีพร้อมกล่าวหาอิสราเอลว่าใช้มาตรการรุนแรงทำร้ายชาวเลบานอน

ซึ่งทูตอิสราเอลก็ได้ออกมาโต้กลับว่าเป็นเพราะรัฐบาลเลบานอนต่างหากที่ทำให้ สถานการณ์รุนแรงบานปลายเพราะไม่ยอมปราบปรามกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ แถมยังปล่อยให้ปฏิบัติการโจมตีใน พื้นที่ตอนใต้อย่างเสรี เท่านั้นยังไม่พอ ตัวแทนอิสราเอลยังเรียกร้องเงื่อนไข 3 ประการหากอิสราเอล จะยอมหยุดยิง คือให้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ปล่อยตัวทหาร 2 นาย ยุติการยิงจรวดโจมตีพื้นที่ตอนเหนือของอิสราเอล และรัฐบาลเลบานอนต้องยื่นญัตติยังคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติให้ปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

http://coat.ncf.ca/israel%20ah64.jpg



นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ต่างเสียวไปตามๆ กันว่าปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในเลบานอน ครั้งนี้ อาจลุกลามเป็นสงครามเต็มรูปแบบเข้าจริงๆ ในอนาคตอันใกล้ ไม่ว่าจะเป็นการที่อิสราเอลเพิ่มความรุนแรงในการโจมตีขึ้นทุกขณะ จนมีทีท่าว่าอาจขยายปฏิบัติการไปยังซีเรียที่ให้การหนุนหลังกลุ่มฮิซบอลเลาะห์อยู่
ขณะที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ก็ไม่มีท่าทีลดราวาศอก รัฐบาลเลบานอนเองก็อ่อนแอเพราะเพิ่งจัดตั้ง รัฐบาลได้เพียงปีเดียว ไม่มีอำนาจอะไรไปกดดันหรือปราบปรามกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ด้านมหาอำนาจที่น่าจะมีเพาเวอร์ทำอะไรได้บ้างก็เงื้อง่าราคาแพง
แถมสหรัฐก็ยังเข้าข้างอิสราเอลแบบไม่เกรงใจ  จากการที่บอกว่าอิสราเอลมีสิทธิ์ในการโจมตีเลบานอนเพื่อป้องกันตนเอง ทำให้สหรัฐอาจต้องใช้สิทธิ์ยับยั้งหรือวีโต้ของตน คัดค้านญัตติใดๆ ที่เสนอให้อิสราเอลหยุดยิงแน่นอน เหมือนที่เกิดขึ้นหมาดๆในการวีโต้ญัตติของกาตาร์ที่เรียกร้องให้อิสราเอลยุติปฏิบัติการโจมตีฉนวนกาซาเมื่อวันพฤหัสฯที่ผ่านมา


สงครามระหว่างอิสราอลและเลบานอนอาจเป็นการปิดประตูลงกลอนบานสุดท้าย ของกระบวนการสันติภาพในตะวันออกกลางจริงๆ เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างชาติอาหรับกับอิสราเอล ไม่ต้องย้อนหลังไปไกลเอาแค่ตั้งแต่สงครามตะวันออกกลางเมื่อเกือบ 40 ปีก่อน ยังยุ่งเป็นเชือกพันกันมาจนทุกวันนี้ ขณะที่ปัญหาอิสราเอล-ปาเลสไตน์ ก็ยังหาทางออกไม่ได้เสียที แม้ประชาคมโลกจะออกแรงกันจนเหนื่อย จนผู้นำของทั้งอิสราเอลและปาเลสไตน์ลาโลกไปหลายคนแล้ว ก็ยังแทบไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เลย
ขอไว้อาลัยให้กับสันติภาพในตะวันออกกลางล่วงหน้าก่อนแล้วกัน

UploadImage

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  http://atcloud.com/stories/88209 http://www.reurnthai.com/

แก้ไขล่าสุด (วันอังคารที่ 05 มีนาคม 2013 เวลา 13:49 น.)