gototopgototop
Get Adobe Flash player

พระพม่า กลับมาจากนรก ศาสนาที่เชื่อโกหกหลอกลวง

เขียนโดย purifysoul

วันเสาร์ที่ 15 พฤษจิกายน 2008 เวลา 00:23

ประวัติพระพม่าท่านนี้

ข้าพเจ้าชื่อว่า อาทิศ พทาน ชินเทา เปาโล (Athet Pyan Shinthaw Paulu) เกิดเมื่อ 1958 ที่เมือง โบเกล ในลุ่มแม่น้ำอิระวดี ทางตอนใต้ของพม่า     พ่อแม่ เชื่อในพุทธศาสนา พ่อแม่ให้ชื่อเล่น ว่า Thitpin ( ทิศพิน) แปลว่าต้นไม้ ข้าพเจ้าใช้ชีวิตเรียบง่าย  ออกจากโรงเรียนตอนอายุ สิบสามปี ก็ไปเป็นลูกจ้างตกปลา ในเรือ เป็นรายได้เลี้ยงชีพ ที่แม่น้ำต่างๆ และบริเวณแม่น้ำอิระวดี
เมื่ออายุสิบหก ข้าพเจ้าก็ เป็นหัวหน้าเรือ ตกปลา ตอนอายุสิบเจ็ด วันหนึ่งข้าพเจ้าตกปลา ได้เยอะมาก และ บรรทุกเต็มเรือ ปรากฎว่ามี ฝูงจระเข้ไล่ตามจะกินปลาที่ตกมาได้ จระเข้ได้ฟาดหางที่เรือพลิกคว่ำ ทุกคนหนีรอดตายมาได้ ข้าพเจ้าเลยไม่กลับไปตกปลาอีก หลังจากอายุสิบแปด ได้บวชเป็น สามเณร ตามประเพณี ที่พ่อแม่อยากให้ลูกบวช

A Zealous Disciple of Buddha เป็นพระสาวกของศาสนาพุทธแบบเคร่งครัด

หลังจากอายุสิบเก้า สามเดือนก็ได้เป็นพระ ได้ชื่อใหม่ ว่า U Nata Pannita Ashinthuriya.บำเพ็ญเพียร อยู่กับอาจารย์พระที่เทศมีชื่อเสียงอยู่พม่า ชื่อ U Zadila Kyar Ni Kan Sayadaw [U Zadila is his title]. ด้านนี้ ในพม่า อยู่มาวันหนึ่ง อาจารย์ก็ ถูกรถชนตาย ในวัยเพียงกลางคน ลูกศิษย์คนนี้ ก็บำเพ็ญเพียรโดยการเข้าป่ารักษาศีลให้เป็นคนดี แม้แต่ยุงกัดก็ไม่ปัด จนเป็นโรคไข้เหลืองและ มาเลเรีย จนถึงเข้าโรงพยาบาลหมอบอกว่า ไม่มีทางรอด แล้วก็กลับมา ตายที่วัดที่มีเพื่อน ๆ เป็นพระเทคแคร์ก่อนตาย

A Vision that Changed My Life Forever ( สิ่งที่ได้ประสบพบเหตุได้ เปลี่ยนแปลงชีวิตตลอดไป)

หลังจากตายไปก็ ไปในนรก ไปเจอ เจ้าปกครองที่ในนรก (king in hell ) ชื่อ ยามา หน้าเหมือนสิงโต ตัวเหมือนสิงโต หางเหมือนงูใหญ่ ก็ ถามว่าเจ้าคือใคร เจ้าที่ปกครองในนรกก็ บอกว่าเราเป็นผู้ทำลายล้างผลาญ อยู่ในนรก ไปเห็นพระพม่า ตกนรกมากมาย รวมถึงอาจรย์ ที่สอนเขาที่รถชนก็ อยู่ในนรก ก็ เลยถามผู้คุมนรกว่า อาจารย์ เป็นนักเทศพูดดี มาก ทำไมตกนรก เจ้าที่คุมนรกก็ ตอบว่า เพราะ ท่านไม่ได้เชื่อ วางใจในพระเยซูคริสต์เจ้าพระบุตรองค์ เดียวของพระเจ้า          และไปเจอ พระพุทธเจ้า ที่พวกพวกท่านกราบ นมัสการ This is the one you worship: Gautama [Buddha] ก็ ตกนรก ก็ เลยถามเจ้าที่คุมตกนรก ว่า ทำไมเขาอยู่ในนรก ทั้งๆที่ เป็นผู้ถือศีล บำเพ็ญเพียร ภาวนา เป็นตัวอย่างที่ดี เจ้าที่คุมนรกก็ ตอบว่า ไม่ว่าเขาจะเป็นคนดี ขนาดไหน ถ้าไม่เชื่อและวางใจ ในพระเจ้าผู้ทรงสร้างมนุษย์ ทรงพระชนม์อยู่ ก็ตกนรก ทั้งนั้น        ( ยอห์น 14 :6 ) พระเยซูคริสต์ ได้ ตรัสว่า เราเป็น ทางนั้นเป็นความจริง เป็นชีวิต ไม่มีใครมาถึงพระบิดาได้นอกจากมากจาก เรา         และ ไปเจอทหารพม่า ใส่ยูนิฟอร์ม ที่ฆ๋า คริสเตียนชื่อ อังซัน ที่บอกว่า เราเป็นทหาร จะไม่มีวันตาย แต่ว่าตายทรมานอยู่ในนรก และก็ ไปเจอคนหนึ่ง สูง ใหญ่ กว่าใครในนรก ชื่อ โกลิอะ หน้าผาก มีรอยหินกระแทก ( 1 ซามูเอล 17: 48 ) ซึ่งพระองค์นี้ก็ ไม่รู้ ว่าใครคือโกลีอะ เพราะไม่เคยอ่านพระคำภีร์ จากนั้นเจ้าที่ปกครองนรก ก็ บอกว่า เวลาเจ้ากลับไปเป็นคริสเตียนเจ้าก็ รู้ว่า โกลิอะคือใคร เขาตกนรก เพราะ เขาไม่ได้เชื่อในพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์ อยู่และได้สู้รบกับดาวิด

ผู้คุมนรก อีกคนหนึ่งถามข้าพเจ้าว่า เจ้ามาที่นี่ทำไม ข้าพเจ้าตอบมาเดินสำรวจนรก จากนั้นผู้คุมนรก ซึ่งมีลักษณะน่าเกลียดแบบแปลกปลาด บนหัวมีสิบเขายาวมาถึงข้างล่าง มีมีด 7 อัน ใช่เจ้าตอบถูก เจ้าควรไปจากที่นี่ ไปในที่ที่เจ้ามา เพราะเราไม่มีรายชื่อเจ้าที่นรกแห่งนี้

The Road of Decision ( ถนนแห่งการตัดสินใจ )

ข้าพเจ้าได้เดินอยู่เป็นเวลาจนกระทั่งฝ่าเท้าของข้าพเจ้ามีเลือดไหล ซิบ เพราะร้อนมากและอยู่ในความเจ็บปวด ในที่สุดหลังจากที่เดินอยู่ประมาณ สามชั่วโมง ข้าพเจ้ามาถึงถนนที่เป็นทางกว้าง ข้าพเจ้าเดินอยู่ประมาณสักพักหนึ่งจนเห็นถนนที่มีหมอกขาว เป็นทางแยกทางด้านซ้าย เขียนป้ายว่า ผู้ที่ไม่เชื่อในพระเยซูคริสต์ เป็นถนนกว้าง และทางด้านขวา เขียนป้ายว่า ผู้ที่เชื่อในพระเยซูคริสต์ เป็นถนนที่เป็นทางแคบๆ

แต่ข้าพเจ้าได้สนใจบนถนนกว้างได้เริ่มเดิน และข้าพเจ้าได้มองเห็น คนสองคนเดินอยู่ก่อนหน้าข้าพเจ้าประมาณ สามร้อย หลา ( 275 เมตร) ข้าพเจ้าพยายามอย่างที่สุด เดินเร็วขึ้นเพื่อที่จะมีเพื่อนเดินด้วยกัน แต่ไม่สามารถ พบคนสองคนเพราะพวกเขาเดินในความเร่งรีบกว่า ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจเดินกลับไปที่ถนนหมอกขาว และสังเกตพวกเขาสองคนว่าเขาเดินบนถนนกว้างไปไหนกัน เมื่อพวกเขาเดินสุดถนน พวกเขาก็ถูกทรมาน และพวกเขาหวีดร้องเสียงดัง ด้วยความเจ็บปวดทรมาน ข้าพเจ้าจึงรู้ว่าคนที่เดินบนถนนที่กว้าง ที่ไม่เชื่อพระเยซูคริสต์ มีอันตรายอย่างมากมาย

Looking into Heaven มองตรงไปที่สวรรค์

ข้าพเจ้าจึงเดินไปที่ถนนที่เป็นทางแคบ ของผู้ที่เชื่อในพระเยซูคริสต์ หลังจากเดินไปประมาณ หนึ่งชั่วโมง ก็ เห็นบนถนนเป็นทองคำ เมื่อข้าพเจ้ามองลงไปที่ผิวถนนเป็นทองคำบริสุทธิ์ ซึ่งข้าพเจ้าได้เห็นตัวข้าพเจ้าสะท้อนแบบสมบูรณ์ และได้พบ คนหนึ่งซึ่งยืนอยู่ต่อหน้าข้าพเจ้า ซึ่งท่านผู้นี้ได้สวมเสื้อคลุมขาวผ่องบริสุทธิ์ และข้าพเจ้าได้ยินเสียงดนตรีและเสียงร้องเพลงสรรเสริญ ที่บริสุทธิ์ที่มีความไพเราะ มีความหมายมาก บนสวรรค์

เมื่อเปรียบเทียบกับในโลกนี้ ที่โบสถ์ เทียบกันไม่ได้ ท่านสวมเสื้อคลุมขาวผู้นี้ ได้ถามว่าจะเดินไปด้วยกันไหม และข้าพเจ้าถามว่า แล้ว ท่านชื่ออะไร ข้าพเจ้าถามถึงหก ครั้ง ท่านผู้นี้ตอบมา เขาคือผู้ที่ถือกุญแจสวรรค์ ชื่อ เปโตร สวรรค์ เป็นสถานที่ที่สวยมากๆ ถึงมากที่สุด ข้าพเจ้าไม่สามารถเข้าอยู่สวรรค์ ได้ เพราะข้าพเจ้ายังไม่ได้เชื่อและติดตามพระเยซูคริสต์ ข้าพเจ้าสามารถมาที่นี้ได้หลังจากงานบนโลก เสร็จสิ้นแล้ว       ท่านเปโตรให้ ข้าพเจ้านั่งลง และท่านโปโตรกำลังโชว์ สถานทางเหนือ หลังจากนั้นเปโตร กล่าวว่า มองดูทางเหนือ ที่ พระเจ้า สร้างมนุษย์ ขึ้นมา และข้าพเจ้ามองเห็นสง่าราศรีของพระเจ้า จากระยะไกล และพระเจ้าผู้ทรงเป็นอมตะอยู่นิรันดร์บนสวรรค์ ได้บอกกับทูตสวรรค์ ว่า มาเถอะ เราจะสร้างมนุษย์ หลังจากนั้นทูตสวรรค์ ตอบว่า ได้ โปรดอย่าสร้างมนุษย์ เลย เวลามนุษย์ที่พระองค์ ทรงสร้างทำผิด จะทำให้พระเจ้าผู้สร้าง เสียพระทัย(เสียใจ) ในภาษาพม่า บอกว่าจะทำให้พระองค์ เสียพระพักตร์ (เสียพระฉาย)

แต่อย่างไรก็ตาม พระเจ้าพระองค์เองก็ได้สร้าง มนุษย์ ขึ้นมา พระองค์ได้ สร้างมนุษย์ จากผงคลีปั้น และระบายลมปราณ มนุษย์ จึงมีชีวิตขึ้นมาและพระเจ้าได้ตั้งชื่อมนุษย์ ว่าอาดัม (เพราะ ศาสนาพุทธ ไม่ได้เชื่อว่าพระเจ้าผู้สร้างเป็นแผ่นดินโลก และเป็นผู้สร้างมนุษย์ ขึ้นมา เรื่องราวนี้ ทำให้พระท่านนี้ มีประสบการณ์ ที่เข้าใจ และมีความเชื่อ)

Sent Back with a New Name ถูกส่งกลับมายังโลก ด้วยชื่อใหม่

ท่าน เปโตรจึงกล่าวว่า ลุกขึ้นและกลับไปยังที่ ที่ท่าน ท่านเกิดมา และไปบอก ประชาชน ที่กราบไหว้ ศาสนาพุทธเชื่อถือ พระพุทธเจ้า และกราบไหว้พระต่างๆ รูปเคารพต่างๆ ไปบอกเขาว่า พวกเขาจะตกนรก ถ้าพวกเขาไม่เปลี่ยน คนที่สร้างวัด และรูปเคารพ พระหิน พระอิฐ พระปูน พระไม้ จะได้รับการลงโทษ ในนรก คนที่ให้ข้าวพระกิน เพื่อที่จะได้ของสะสมไว้ชาติหน้า ถ้าพวกเขาไม่เปลี่ยน พวกเขาจะต้องตกนรก และพวกที่สวดมนต์ กับพระ หรือให้เริ่มต้นให้ความเคารพกับพระ พวกเขาจะตก นรก และพวกที่ สวดมนต์ ต่อรูปเคารพ ทุกรูปแบบ ทุกชนิด พวกเข้าร่างทรง พวกบูชาเจ้าแม่ เต้นอยู่หน้า กลองแห่ พวกเขาจะตกนรก ถ้าพวกเขาไม่เปลี่ยน พวกเขาที่ไม่เชื่อในพระเยซูคริสต์ ซึ่งเป็นผู้ไถ่บาปมนุษย์ เขาจะตกนรก

ท่านเปโตรบอกให้ข้าพเจ้า กลับไปยังโลก และพูดความจริง ที่ท่านได้เห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้และท่านเปโตรยังบอกอีกว่า ให้ข้าพเจ้าพูดในนามชื่อใหม่ จากนี้เป็นต้นไป ข้าพเจ้าได้ชื่อว่า Athet Pyan Shinthaw Paulu [ เปาโล ผู้ที่กลับฟื้นขึ้นมาใหม่ Paul who Came Back to Life."]. แต่ข้าพเจ้าไม่อยากกลับมายังโลก เพราะ ข้าพเจ้าอยากอยู่ บนสวรรค์ หลังจากนั้น ทูตสวรรค์ ได้ เปิดหนังสือแห่งชีวิต ในชื่อข้าพเจ้า ทูตสวรรค์ ดูชื่อเมื่อตอนเล็ก พ่อแม่ได้ชื่อว่า ทิศพิน แต่ทูตสวรรค์ ไม่สามารถหาชื่อนั้นพบ และหลังจากนั้น ทูตสวรรค์ มองหาชื่อ ข้าพเจ้าตอนบวชตั้งนานที่เป็นพระ ในศาสนาพุทธที่ชื่อ U Nata Pannita Ashinthuriya แต่ก็ ไม่มีชื่อนี้ด้วย หลังจากนั้น เปโตร บอกว่า ชื่อของข้าพเจ้า ยังไม่ได้เขียนลงในสมุดแห่งชีวิต ท่านต้องกลับไป เป็นพยาน เกี่ยวกับ เรื่องราวการตายไถ่บาป ของพระเยซูคริสต์ ให้คนที่เชื่อในพุทธศาสนา

หลังจากนั้นข้าพเจ้าได้ เดินลงจาก ถนนทองคำ และ ได้ยินเสียงคนร้องเพลงไพเราะมากๆ แต่ละเพลงไม่เคยได้ยินมาก่อน และท่าเปโตรได้เดิน กับข้าพเจ้า จนถึงเวลาที่ข้าพเจ้าต้องกลับไปยังโลก ท่านเปโตรได้ให้ข้าพเจ้า เห็นถึงบันไดจากสวรรค์ สู่ท้องฟ้า แต่บันไดนี้ไปไม่ถึงผิวโลก แต่หยุดที่กลางอากาศ แต่ที่บันไดสวรรค์ ข้าพเจ้าเห็นทูตสวรรค์ หลายๆท่าน บางท่านก็ขึ้นมาบนสวรรค์ บางท่านก็ ลงไปยังโลก แต่ทุกคนมีงานต้องทำกันแบบยุ่งๆ ข้าพเจ้าได้ ถามเปโตรว่า ทูตสวรรค์เหล่านั้นทำอะไรกัน ท่านเปโตรตอบว่า ทูตสวรรค์ เป็นผู้ส่งข้อความของพระเจ้า รายงานรายชื่อผู้ที่เชื่อในพระคริสต์ และรายชื่อผู้ที่ไม่เชื่อในพระเยซูคริสต์ และท่านเปโตร บอกว่าได้เวลากลับโลกแล้ว

It is a Ghost! ผีฟื้นคืนชีพ

ข้าพเจ้าได้ยินเสียงร้อง คร่ำครวญ และข้าพเจ้าได้ยินเสียงแม่ พูดว่า ลูกชายเอ๋ยทำไมเจ้ารีบจากเราไปตอนนี้ และข้าพเจ้าได้ยินคนหลายคนร้องไห้ และข้าพเจ้ารู้ว่าตัวเองอยู่ในกล่อง ข้าพเจ้าเริ่มเคลื่อนไหว พ่อและแม่ของข้าพเจ้า ร้องกะตอนบอกว่า เขายังมีชีวิต เขายังมีชีวิต และอีกหลายคนไม่ได้เชื่อว่าคนตายแล้วฟื้นได้อย่างไร ดังนั้นข้าพเจ้าจึง ยื่นมือลงที่ข้างกล่อง แล้วยืนขึ้น แต่ผู้คนทั้งหลาย ช็อค และตกใจ แลและพวกเขาร้องว่า ผีหลอก ผีหลอก และพวกเขาก็วิ่งตามความเร็วที่ขาสามารถจะหิ้วเขาไป คนที่เหลือก็ พูดไม่ออก และสั่นกลัว และข้าพเจ้าก็นั่งและดมกลิ่นเหม็นของน้ำเหลืองที่เน่าอยู่ สามารถตวงได้ ประมาณ สามถ้วยครึ่ง เพราะน้ำเหม็นเหล่านี้ได้ออกมาจาก กระเพาะและจากของเหลว ของเสียในร่างกาย ตอนที่นอนตายอยู่ในโรงศพ และทุกคนรู้ว่าข้าพเจ้าได้ตายแล้ว และในโรงศพมีแผ่นพลาสติกบางๆ ปูไปที่บนไม้ และ บนแผ่น พลาสติกนั้น มีซากศพของตัวข้าพเจ้าที่มีของเหลว เพราะข้าพเจ้าตาย น้ำเหลืองออกมาอย่างมาก ข้าพเจ้าได้เรียนรู้อีกว่า ก่อนที่พวกเขาจะเผาซากศพ พวกคนพม่าจะเอาโรงศพ ไปที่เผาศพและปิดประตูเมรศพ เพื่อที่จะเผา แต่พวกเขาอนุญาติ ให้พ่อและแม่ดูหน้าครั้งสุดท้าย และหลังจากนั้นเขาก็เอาโรงศพ เข้าเมร และเผา ถ้าข้าพเจ้ากลับเข้าร่างช้าไป อีกนิด คงซากศพน้ำเหลือง คงถูกเผาไปแล้ว

ในทันทีทันใดข้าพเจ้า อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น และสิ่งที่ข้าประสบตอนวิญญาณออกจากร่างที่ตายด้วยมาเลเรีย คนที่อยู่ที่นั้นคิดว่าจริงหรือ ช็อคด้วยหน้าตา และข้าพเจ้าได้เล่า เรื่องที่ตัวเองเห็นในบึงไฟนรก และข้าพเจ้ายังบอกอีกว่า คริสเตียนเท่านั้นที่รู้ความจริง และบรรพบุรุษของเราถูกโกหก หลอกลวงมาเป็นพันปี และยังบอกอีกว่า ที่เราเชื่ออยู่เป็นสิ่งโกหก หน้าตาพวกเขาก็ตกใจแบบช็อคด้วยความจริง เพราะ พวกเขารู้ว่าข้าพเจ้าเป็นพระที่เคร่งครัด ในวินัยพระสงฆ์ และที่เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า ในพม่าเวลาคนใดคนหนึ่งตาย เขาจะเขียนลงไปที่โรงศพว่า พระท่านนี้ตายเมื่อไร ชื่ออะไร อายุ และปี ที่ตาย และเป็นพระมานานเท่าไร และข้าพเจ้าได้บันทึกการตายไว้ที่โรงศพ และตอนนี้ฟื้นคืนชีพ และมีชีวิต

Epilogue เรื่องราวนี้เป็นความจริง

ตั้งแต่ Paul พอล ฟื้นขึ้นมาจากความตาย ประสบการณ์ ในเรื่องนี้เป็นความจริงด้วยความสัตย์ซื่อ ที่จะเป็นพยานเกี่ยวกับพระเยซูคริสต์ ผู้นำโบสถ์ที่พม่า บอกว่า พอล ได้นำพระเป็นจำนวนนับร้อย รับเชื่อในพระเยซูคริสต์เรื่องราวนี้ได้ถูกปิดบัง และ เพื่อปิดหูปิดตา เพราะคนพม่าไม่สามารถยอมรับได้ว่า มีทางเดียวเท่านั้นที่จะไปสวรรค์ ได้ คือเชื่อในพระเยซูคริสต์ปฎิเสธแบบตรงกันข้าม แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง เขาไม่ได้แต่งขึ้นมา หรือ เพิ่มอย่างใดอย่างหนึ่งเข้าไป หลังจากนั้นหลายปี ประวัติของทิศพิน ซึ่งพระอยู่นานหลายปี เป็นผู้ติดตามพุทธศานาอย่างเคร่งครัดและเป็นผู้สอน ในทันใดนั้นเขากลับกลายเป็นผู้ประกาศข่าวประเสริฐ ของพระเยซูคริสต์ จากการฟื้นจากความตายของตัวเขาเอง และได้พูดเตือน พระหลายคน ให้หันหลังกับพระเจ้าจอมปลอม ที่หลอกลวง และติดตามพระเยซูคริสต์ด้วยสิ้นสุดหัวใจ

ก่อนหน้านี้ ในเวลาที่ทิศพินตอนเป็นพระป่วยอยู่ และถึงแก่ความตายไม่เคยพูดเรื่องราวของคริสเตียนแม้แต่นิดเดียว ทุกอย่างเกิดขึ้น ภายในเวลาสามวัน ในโรงศพ ที่ทิศพินตายในสภาพเป็นพระที่ป่วย หลังจากนั้นเขาได้กลายเป็นคนที่มีความคิดใหม่ เขาเป็นลาซาลัสยุคปัจจุบัน ซึ่งได้อัดเทป บันทึก ทั้งตำรวจและผู้นำที่มีอำนาจในพุทธศาสนา ได้ตามจับ เอาเทปมาทำลาย และในพระคำภีร์ไบเบิ้ลได้กล่าวถึงลาซาลัส ซึ่งเป็นขึ้นมาจากความตายหลังจาก เรื่องราวนี้เราได้ แปลจากเทปที่เขาได้บันทึกไว้ แต่เป็นเรื่องอันตรายที่จะเก็บเทปเอาไว้ เรื่องราวของทิศพิน ซึ่งได้ประกาศแบบไม่กลัวตาย ในบ้านเกิดเมืองนอนของเขา ที่พม่า ทำให้เขาต้องติดคุก อย่างน้อยหนึ่งครั้ง และพวกที่มีอำนาจไม่สามารถห้ามไม่ให้เขาพูด หลังจากเขาออกจากคุกก็ได้ประกาศเรื่องราวเกียวกับพระเยซูคริสต์ เป็นทางเดียวที่ไปสวรรค์ ได้ นี้ต่อไป แต่หลังจากนั้น คนพม่าได้บอกว่า เขาได้ติดคุกและถูกฆ่าตาย

ลาซาลัส ในพระคำภีร์ ยอห์น 11:38 - 44 พระเยซูที่อุโมงค์ฝังศพ บรรดาเพื่อนของมารีย์ได้กลับใจเสียใหม่ 11:38 พระเยซูทรงคร่ำครวญร้อนพระทัยอีก จึงเสด็จมาถึงอุโมงค์ฝังศพ อุโมงค์ฝังศพนั้นเป็นถ้ำ มีศิลาวางปิดปากไว้ 11:39 พระเยซูตรัสว่า " จงเอาศิลาออกเสีย" มารธาพี่สาวของผู้ตายจึงทูลพระองค์ว่า " พระองค์เจ้าข้า ป่านนี้ศพมีกลิ่นเหม็นแล้ว เพราะว่าเขาตายมาสี่วันแล้ว" 11:40 พระเยซูตรัสกับเธอว่า " เราบอกเจ้าแล้วมิใช่หรือว่า ถ้าเจ้าเชื่อ เจ้าก็จะได้เห็นสง่าราศีของพระเจ้า" 11:41 พวกเขาจึงเอาศิลาออกเสียจากที่ซึ่งผู้ตายวางอยู่นั้น พระเยซูทรงแหงนพระพักตร์ขึ้นตรัสว่า " ข้าแต่พระบิดา ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ที่พระองค์ทรงโปรดฟังข้าพระองค์ 11:42 ข้าพระองค์ทราบว่า พระองค์ทรงฟังข้าพระองค์อยู่เสมอ แต่ที่ข้าพระองค์กล่าวอย่างนี้ก็เพราะเห็นแก่ประชาชนที่ยืนอยู่ที่นี่ เพื่อเขาจะได้เชื่อว่าพระองค์ทรงใช้ข้าพระองค์มา" 11:43 เมื่อพระองค์ตรัสดังนั้นแล้ว จึงเปล่งพระสุรเสียงตรัสว่า " ลาซารัสเอ๋ย จงออกมาเถิด" 11:44 ผู้ตายนั้นก็ออกมา มีผ้าพันศพพันมือและเท้า และที่หน้าก็มีผ้าพันอยู่ด้วย พระเยซูตรัสกับเขาทั้งหลายว่า " จงแก้แล้วปล่อยเขาไปเถิด

ตัวอย่างการพิพากษาที่พม่า

ตามที่เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2551 เวลาประเทศ 03.00 น. – 12.00 น. พายุไซโคลนนากิสได้พัดผ่านทางทิศใต้ของกรุงย่างกุ้งด้วยความเร็วสูงสุดประมาณ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้บ้านเรือนและทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก  ถนนหลายสายมีต้นไม้ใหญ่หักโค่นขวางเส้นทางการจราจร รวมทั้งเสาไฟฟ้าและเสาโทรศัพท์ ทำให้ไม่มีกระแสไฟฟ้าและไม่สามารถติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ได้ นั้น

จากเหตุการณ์พายุไซโคลนนากิสส่งผลให้สนามบินกรุงย่างกุ้งปิดให้บริการชั่วคราว และเที่ยวบินของสายการบินต่าง ๆ ถูกยกเลิก ทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวไทยจำนวนหนึ่งตกค้างอยู่ในกรุงย่างกุ้ง ทั้งนี้ รัฐบาลพม่าได้ประกาศให้พื้นที่ในภาคย่างกุ้ง ภาคพะโค ภาคอิระวดี รัฐมอญ และรัฐกะเหรี่ยง เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ  ซึ่งทางการพม่าได้ให้ทหารและตำรวจออกมาให้ความช่วยเหลือแล้ว โดยได้เริ่มเก็บกวาดซากปรักหักพังและตัดต้นไม้ที่ล้มทับสายไฟฟ้าและขวางถนนตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม 2551

นาย ญาณ วิน รมว.กต. พม่า และ พล.ต. หม่อง หม่อง ส่วย  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสวัสดิการสังคมและการโยกย้ายถิ่นฐาน  ได้บรรายสรุปให้คณะทูตานุทูตทราบเกี่ยวกับผลกระทบจากพายุไซโคลนดังกล่าว  สรุปได้ว่า พายุไซโคลนนากิสได้ขึ้นฝั่งที่ภาคอิระวดีซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่มปากแม่น้ำ และไม่มีพื้นที่สูงให้สามารถหลบภัย  ทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง  ในชั้นนี้คาดว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 10,000 คน  สูญหายกว่า 3,000 คน และมีประชาชนไร้ที่อยู่อาศัยกว่า 100,000 คน  ระบบไฟฟ้า ระบบประปา และระบบโทรศัพท์ถูกตัดขาด   ทั้งนี้  รัฐบาลพม่าได้อนุมัติเงินงบประมาณจำนวน 5,000 ล้านจั๊ต เพื่อช่วยเหลือประชาชน  และได้ระดมความช่วยเหลือเพื่อแก้ไขปัญหา  โดยขณะนี้  พื้นที่ 1 ใน 3 ของกรุงย่างกุ้ง  เริ่มมีไฟฟ้าและน้ำประปาใช้บ้างแล้ว และทางการพม่าย้ำว่ายินดีรับความช่วยเหลือจากนานาประเทศ  โดยเฉพาะอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือน ได้แก่  หลังคากระเบื้อง  หลังคาสังกะสี  ตะปู น็อต  เต๊นท์ แผ่นพลาสติก  มุ้ง  และอุปกรณ์ที่ช่วยกรองน้ำให้สะอาด

คาดว่าจะไม่มีกระแสไฟฟ้าในกรุงย่างกุ้งอีกอย่างน้อย 1 สัปดาห์เนื่องจากจะต้องซ่อมแซมเสาไฟฟ้าที่หักโค่นและวางสายไฟใหม่  ซึ่งการไม่มีกระแสไฟฟ้าส่งผลให้ไม่สามารถให้บริการน้ำประปาด้วย  ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยของประชาชน  สำหรับโทรศัพท์นั้น ก็คาดว่าจะต้องใช้เวลาซ่อมแซมอีกไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์เช่นกันจึงจะสามารถให้บริการได้ เนื่องจากพม่าขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์และช่างฝีมือ ส่วนสำหรับสถานการณ์ด้านอาหาร นั้น  แม้ว่าขณะนี้ยังไม่มีปัญหาขาดแคลน เนื่องจากปัญหาน้ำท่วมใหญ่  แต่โดยที่ร้านค้าทั่วไปยังปิด และการสัญจรไม่สะดวกเนื่องจากมีต้นไม้ล้มกีดขวางอยู่  อาจทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนอาหารได้

YouTube Video: Aid Complications in Myanmar (Time: 3:34)

YouTube Video: Possible Second Cyclone Headed Toward Myanmar (Time: 1:24)

YouTube Video: Myanmar Cyclone Survivor Tells Her Story (Time: 2:38)

แก้ไขล่าสุด (วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน 2011 เวลา 16:46 น.)